จากนวัตกรรมสู่ผลกระทบ ทางออกสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพยุคดิจิทัล

8 March 2025
จากนวัตกรรมสู่ผลกระทบ ทางออกสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพยุคดิจิทัล - Startup Thailand

ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ล้วนใช้นวัตกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของธุรกิจ เทคโนโลยีจึงเป็นโอกาสและความท้าทายสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจผ่านเทคโนโลยี บทความนี้จะช่วยให้ StartUp Thailand เข้าใจแนวโน้ม ผลกระทบ และแนวทางในการจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน


ผลกระทบของธุรกิจเทคโนโลยีต่อสิ่งแวดล้อม

1. การใช้พลังงานมหาศาล

คาดการณ์ว่าโลกดิจิทัลจะใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 20% ของพลังงานโลกภายในปี 2025 และการพลังงานในอุตสาหกรรมดิจิทัลอาจเพิ่มขึ้นจาก 1,050 TWh ในปี 2015 เป็น 2,500 TWh ยังเพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการณ์สตาร์ทอัพอาจจะต้องคำนึงถึงการคิดแผนในการทำธุรกิจให้รอบด้าน

ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) - Startup Thailand
2. ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste)

เมื่อนวัตกรรมถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วส่งผลให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นแหล่งขยะที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก แต่มีเพียง 22% ของขยะเหล่านี้ที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมและนำกลับมารีไซเคิล

3. การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในธุรกิจ

80% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจากภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น การรั่วซึมจากการใช้อุปกรณ์แอร์ในสำนักงานและการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในธุรกิจ - Startup Thailand

การสร้างโอกาสให้ StatUp ด้วยแนวทางธุรกิจที่ยั่งยืน

1. ความสำคัญของการคำนวณคาร์บอนฟุตพรินต์

ผู้ประกอบสตาร์ทอัพควรเริ่มวิเคราะห์ผลกระทบตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น การผลิตสินค้าและบริการ ตลอดจนการใช้พลังงานขององค์กร โดยใช้มาตรฐานอย่าง ISO 14064 ตรวจสอบและควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผู้ประกอบการสตาร์อัพเองสามารถนำมาเป็นโจทย์เพื่อหาโซลูชันมาแก้ไขปัญหานี้ และปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด

2. แนวทางลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
  • ใช้ IoT เพื่อเก็บข้อมูลการปล่อยก๊าซแบบเรียลไทม์และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ
  • ลงทุนในโครงการลดหรือหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอน เช่น การปรับปรุงระบบแอร์หรือเลือกพลังงานสะอาด
3. การสร้างโมเดลธุรกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

โมเดลนี้ช่วยให้ทุกขั้นตอนการผลิตสามารถสร้างรายได้พร้อมกับลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ใหม่ในผลิตภัณฑ์รุ่นถัดไป

การสร้างโมเดลธุรกิจหมุนเวียน (Circular Economy) - Startup Thailand

แนวโน้มและข้อได้เปรียบของ StartUp Thailand

ประเทศไทยมีผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้าน Climate Tech และ Sustainability Tech มากกว่า 40 รายที่เริ่มดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพกลุ่มนี้ไม่ได้มองเพียงผลกำไรทางธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถต่อยอดสร้างความได้เปรียบในตลาดโลกได้

การปรับตัวเข้าสู่ยุคที่ยั่งยืนไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพในยุคนี้ หากคุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยความเข้าใจในผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและวางแผนดำเนินการอย่างยั่งยืน AIS The StartUp ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ให้สร้างโอกาสเติบโตในระยะยาวที่แข็งแกร่งด้วยพาร์ทเนอร์และเครือข่ายเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ AIS The StartUp


Footer